| |||
| |||
| |||
วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554
'ขนทรายเข้าวัด' ประเพณีมงคลรับสงกรานต์
เลือก-ใช้’ครีมกันแดด’ถูกวิธี รับเทศกาลสงกรานต์
| |||
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554
เคล็ดลับ หุงข้าวกล้องถูกหลัก เพิ่มความหอมอร่อย
ข้าวกล้องเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุด
เนื่องจากเป็นข้าวที่ผ่านการกะเทาะเปลือกออกเพียงครั้งเดียว ทำให้จมูกข้าวและรำข้าวซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยวิตามินยังติดอยู่ ข้าวกล้องนั้นจะมีสีน้ำตาลส่วนความเข้มอ่อนนั้นจะแตกต่างกันไปตามพันธุ์ข้าว พื้นที่ที่ใช้ในการปลูก และกระบวนการผลิต
สาเหตุที่ข้าวกล้องยังได้รับควาามนิยมไม่มากเท่าที่ควรนั้นเนื่องมาจาก เวลาที่ข้าวกล้องสุกแล้วจะมีความแข็งมากกว่าข้าวขาว เพื่อ ให้ข้าวกล้องมีความนิ่มมากขึ้นจะต้องตวงข้าวกล้องใส่หม้อ แช่น้ำไว้ประมาณ 30 นาที และอัตราส่วนในการหุงนั้นต้องใช้ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน
แช่ น้ำทิ้งไว้อีกประมาณ 30 นาที จึงจะนำไปหุงได้ หรืออาจใช้วิธีใส่ข้าวขาวขัดผสมลงไปในอัตราส่วน 1 ต่อ 4ทั้ง 2 วิธีนี้จะทำให้ข้าวกล้องนุ่มน่ากินมากขึ้น
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เนื่องจากเป็นข้าวที่ผ่านการกะเทาะเปลือกออกเพียงครั้งเดียว ทำให้จมูกข้าวและรำข้าวซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยวิตามินยังติดอยู่ ข้าวกล้องนั้นจะมีสีน้ำตาลส่วนความเข้มอ่อนนั้นจะแตกต่างกันไปตามพันธุ์ข้าว พื้นที่ที่ใช้ในการปลูก และกระบวนการผลิต
สาเหตุที่ข้าวกล้องยังได้รับควาามนิยมไม่มากเท่าที่ควรนั้นเนื่องมาจาก เวลาที่ข้าวกล้องสุกแล้วจะมีความแข็งมากกว่าข้าวขาว เพื่อ ให้ข้าวกล้องมีความนิ่มมากขึ้นจะต้องตวงข้าวกล้องใส่หม้อ แช่น้ำไว้ประมาณ 30 นาที และอัตราส่วนในการหุงนั้นต้องใช้ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน
แช่ น้ำทิ้งไว้อีกประมาณ 30 นาที จึงจะนำไปหุงได้ หรืออาจใช้วิธีใส่ข้าวขาวขัดผสมลงไปในอัตราส่วน 1 ต่อ 4ทั้ง 2 วิธีนี้จะทำให้ข้าวกล้องนุ่มน่ากินมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554
ไมโครเวฟ กับ อาหารแช่แข็ง
ช่วงฝนตกแบบ นี้ หนุ่มสาววัยทำงานตลอดจนนักเรียนนักศึกษา คงจะเคยฝากท้องไว้กับร้านอาหารสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ที่มีอยู่แทบทุกหัวระแหง และมีบริการขนม ของว่าง หรือกระทั่งอาหารกล่องแช่แข็งให้เลือกกันหลายเมนู เพียงจ่ายเงินแล้วให้พนักงานยัดอาหารกล่องแช่แข็งเมนูโปรดเข้าไปในเตาอบ ไมโครเวฟ ไม่กี่นาที อาหารแช่แข็งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเมนูจานร้อนหอมฉุยพร้อมเสิร์ฟ...สุดสะดวก แบบนี้ มั่นใจว่าต้องมีคนใช้บริการไม่น้อยแน่ๆ
แต่เท่าที่สังเกต พฤติกรรมการนำอาหารแช่แข็งเหล่านั้นเข้าเตาอบไมโครเวฟ ส่วนใหญ่มักจะคล้ายๆ กัน คือ หากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ก็มักจะฉีกซองออกเล็กน้อย หรือเจาะให้ทะลุเป็นรูๆ แล้วเอาเข้าอบทั้งหีบห่อพลาสติก แต่ถ้าหากเป็นอาหารชนิดของว่างประเภทซาลาเปา จะเอาออกจากห่อใหญ่ที่แช่แข็งไว้ แล้วนำมาใส่ในถุงพลาสติกใสอย่างหนา แล้วจึงนำเข้าอบทั้งพลาสติกดังกล่าว
...บางคนกินบ่อยจนรู้สึกชินตา กับพฤติกรรมและรูปแบบของการอบอุ่นอาหารแช่แข็งเช่นนี้ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย ของการอบอาหารทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ห่อหุ้มอยู่ ว่าความปลอดภัยจากการปนเปื้อนนั้นมีมากน้อยแค่ไหน
"ขึ้น อยู่กับพลาสติก ว่ามันเป็นพลาสติกชนิดไหน ถ้าเป็นพลาสติกที่ได้มาตรฐาน และระบุชัดเจนว่า สามารถใช้อบในไมโครเวฟได้ อันนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันจะมาอยู่ที่พลาสติกที่ห่ออาหารนั้นๆ มันเป็นพลาสติกทนความร้อนที่สามารถใช้อบในไมโครเวฟได้ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ทุกผลิตภัณฑ์หรือเปล่า อันนี้เป็นประเด็นของร้านที่ต้องรับผิดชอบเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค"
รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอธิบาย ก่อนจะขยายวงออกไปถึงเรื่องของการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟในครัวเรือนด้วย
"และ นอกจากที่เราอาจจะต้องเจออาหารแช่แข็งอุ่นทั้งพลาสติกตามร้านสะดวกซื้อแล้ว โอกาสที่เราจะซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็นแล้วบริโภคกันในบ้านก็เป็นสิ่งที่หลาย ครอบครัวทำกัน เนื่องจากสะดวกรวดเร็ว"
รศ.ดร.วินัย กล่าวต่ออีกว่า บางบ้านอาจจะเลือกความสะดวกโดยการอุ่นทั้งบรรจุภัณฑ์อย่างที่เห็นพนักงานใน ร้านทำ แต่บางบ้านอาจจะใช้วิธีแกะออกจากพลาสติกใส่จาน จากนั้นจึงทำไปเข้าไมโครเวฟเพราะคิดว่าปลอดภัยกว่า
"จริงๆ แล้วการเลือกภาชนะใส่อาหารเพื่อนำเข้าเตาอบไมโครเวฟก็ต้องเลือกดีๆ และยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าใจผิดอยู่ ภาชนะที่ดีที่สุดในการใส่อาหารเข้าอบในไมโครเวฟ คือ ภาชนะถูกทำขึ้นเพื่อใช้ในการอบในเตาไมโครเวฟโดยเฉพาะ แต่หากไม่มีก็สามารถใช้จานกระเบื้องเนื้อหนาแทนก็ได้ ที่เห็นบ่อยๆ ก็คือคนมักจะใช้จานหรือชามกระเบื้อง แต่ไม่ได้คำนึงว่าเป็นจานชามเนื้อเกลี้ยงๆ หรือมีการวาดลายลงสี อันนี้อันตรายมาก เพราะจานชามกระเบื้องเนื้อหนาทนความร้อน และสามารถเอาเข้าไมโครเวฟได้จริง แต่พวกลายสี หรือขอบเงินขอบทองที่ถูกเขียนไว้ อันนี้ไม่ทนความร้อนครับ ละลายได้และจะปนเปื้อนในอาหาร เมื่อกินอาหารเข้าไป สิ่งเหล่านี้ก็จะไปสะสมเป็นพิษอยู่ในร่างกาย"
ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโภชนาการ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริโภคควรทำ นอกจากจะดูแลเรื่องการเลือกภาชนะมาอุ่นอาหารในไมโครเวฟที่บ้านแล้ว สำหรับมิติของร้านสะดวกซื้อ ผู้บริโภคควรดูที่บรรจุภัณฑ์ หากเป็นพลาสติกที่สามารถอบในไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย จะมีคำบ่งชี้ เช่น Microwave Save ระบุไว้ที่บรรจุภัณฑ์
"แต่ถ้าอาหารชนิดไหนถูกนำเข้า อบโดยบรรจุภัณฑ์ไม่มีแจ้งว่าเป็นพลาสติกทนความร้อน ก็ควรจะถามพนักงานในร้าน หรือเรียกร้องไปยังเจ้าของเฟรนไชส์ร้าน ให้ชี้แจงว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ดังกล่าวปลอดภัยหรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยของเรา ปัญหาของผู้บริโภคบ้านเราคือ เราไม่ควรเรียกร้องสิทธิให้ตัวเองทั้งที่ทำได้ต้องช่วยกันครับ เพื่อสุขภาพของเราเอง" รศ.ดร.วินัย ทิ้งท้าย
ในขณะที่ผศ.ดร.วรรณวิมล อารยะปราณี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมีและวัสดุ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความกระจ่างเพิ่มเติมว่า ตามปกติพลาสติกเมื่อถูกความร้อนจะสลายตัว แต่พลาสติกที่สามารถใช้อบไมโครเวฟได้นั้น จะต้องเป็นพลาสติกที่ทนความร้อน
"เมลา มีน ก็ไม่ใช่พลาสติกทนความร้อน มีคนเข้าใจผิดมากเกี่ยวกับเมลามีนและใช้เป็นภาชนะเพื่ออบไมโครเวฟกันเป็น จำนวนมาก อาจจะมีการโฆษณาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ประกอบกับบางครั้งที่เราเอาเมลามีนเข้าไมโครเวฟเพียง 1-2 นาที หรือ 5 นาที ความร้อนมันจะยังไม่ทำให้ละลายออกมาจนเห็นชัด แต่เมลามีนไม่ใช่พลาสติกทนความร้อนได้ถึงในระดับไมโครเวฟ และแม้จะอบและไม่ถึงขั้นละลายออกมาให้เห็นก็มีโอกาสปนเปื้อนได้"
ผศ.ดร.วรรณวิมล ให้ความรู้ต่อไปอีกว่า ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่คนไทยมักเข้าใจผิด คือ การใช้ฟิล์มพลาสติกถนอมอาหาร หรือทึ่คุ้นปากกันในชื่อ "แร็ป" ในการห่อ อาหารหรือหุ้มภาชนะ ก่อนจะเอาเข้าไมโครเวฟนั้นเป็นเรื่องที่ปลอดภัย เพราะในความเป็นจริงแล้วความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้องเสียทีเดียว
"การ แร็ป อาหารอย่างถูกต้องและปลอดภัยนั้น ต้องให้พลาสติกแร็ปอยู่สูงเหนืออาหารอย่างน้อย 1 นิ้ว หากต่ำกว่านั้นพลาสติกแร็ปมีโอกาสจะละลายลงไปในอาหารได้" นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ทิ้งท้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก สสส.
เคล็ดลับดูแลห้องน้ำ ให้น่าใช้อยู่ตลอดเวลา
ห้อง น้ำเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่จะขาดไม่ได้ ไม่ว่าบ้านนั้นจะเล็กหรือจะใหญ่ก็ต้องมีห้องน้ำ ห้องน้ำอาจเป็นห้องที่เล็กที่สุดในบ้านแต่มองข้ามไม่ได้ บางคนอาจใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าห้องอื่น ๆ เสียอีก และก็เป็นห้องที่เกี่ยวพันถึงสุขภาพของเราด้วย
สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสร้างห้องน้ำอย่างแรกก็คือ แสงสว่างและการระบายอากาศเป็นอันดับแรก เพราะถ้าหากการระบายอากาศไม่ดีแล้วคุณจะอึดอัด ทำธุระส่วนตัวที อาบน้ำทีต้องรีบให้เสร็จไว ๆ ไม่อยากอยู่ในห้องน้ำนาน ๆ กลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว
บ้านที่เป็นกำแพงทึบเพราะผนังติดกับเพื่อนบ้านนั้น คุณอาจจะใช้วิธีเจาะผนังติดพัดลมระบายอากาศ และอาจจะใส่บล็อกแก้วลายสวย เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้เข้ามาในห้องน้ำได้มากขึ้น
เปลี่ยนประตูเป็นประตูที่มีเกล็ดระบายอากาศ แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง เพื่อที่เวลาอาบน้ำชักโครกและพื้นส่วนอื่นจะไม่เปียก วิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุดก็คือการติดม่านพลาสติก หรือจะใช้กระจกใสกั้นก็ดูโปร่งและสวย
ส่วนวิธีที่การสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมากขึ้น นั้นก็อาจทำได้โดย หาต้นไม้ ดอกไม้ จะเป็นดอกไม้จริงหรือปลอมก็ได้ ที่สีสันของต้นไม้ดอกไม้จะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น อาจจะหากระถางต้นไม้หรือแจกันดอกไม้ไว้ตามมุมต่างๆภายในห้องน้ำ
สำหรับของที่ใช้ประจำวันต่าง ๆ ที่จำเป็นเช่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทำความสะอาด ก็ควรมีตู้เก็บของ ตู้เก็บของที่มีหน้าบานเป็นกระจกเงาอย่างในรูปก็เป็นหนึ่งไอเดียที่ดี ประหยัดพื้นที่ หยิบใช้สะดวก และไม่มีของใช้มาวางเกะกะที่เคาน์เตอร์ล้างหน้าด้วย
อาจจะทำตู้เก็บของไว้เคาน์เตอร์ล้างหน้า สำหรับเก็บกระดาษชำระ หรืออุปกรณ์อาบน้ำที่เก็บสำรองไว้ อาจจะหาชั้นวางของแบบติดผนังมาติดก็ได้ ซึ่งก็ต้องดูให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และขนาดห้องน้ำของคุณเพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการใช้งานเสมอ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือความสะอาด คุณคงไม่อยากเข้าไปนั่งทำธุระให้ห้องที่ตกแต่งดีแต่ไม่สะอาด มีเศษแต่เส้นผมอุดตันฝาระบายน้ำแน่ ๆ แหล่งที่อยู่ของเชื้อโรคที่มากที่สุดในห้องน้ำคือบริเวณชักโครก ดังนั้นถ้าหากเป็นได้คุณก็ควรทำความสะอาดชักโครกให้บ่อย ทุกวันได้ยิ่งดี
ส่วนพื้นส่วนเปียกที่เราใช้อาบน้ำ ก็อาจจะมีคราบติดตามร่องกระเบื้องที่คุณยาแนวขึ้นเป็นราดำ การสะสมความชื้นตามร่องกระเบื้องหรือหินธรรมชาติไว้นานเกินไปเนื่องจากการ ระบายอากาศไม่ดี และแสงแดดส่องไม่ถึงนั้น ก็จะทำให้คุณได้รับเชื้อโรคไปด้วย
ลองทำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับห้องน้ำของคุณดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเผลออยู่ในห้องน้ำเป็นชั่วโมงๆ เลยก็ได้
วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554
เตือนภัย 'ยกตึกทรุด' ไม่รอบคอบ...อันตรายถึงชีวิต!!
| |||
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)